betflix999 ที่สุดแห่งคาสิโนออนไลน์ รวมสล็อต คาสิโนออนไลน์ BETFLIX​

Spider-Man : No Way Home

Spider-Man : No Way Home
เจาะลึกหนัง “สไปเดอร์แมน” ภาค 3 (spider-man season 3) จากตัวอย่างแรกที่เพิ่งเผยออกมาให้ชมกัน พร้อมข้อสันนิษฐานว่านอกจากตัวร้ายจากภาคก่อนแล้ว “ไอ้แมงมุม” จากจักรวาลอื่นก็อาจข้ามมิติมา “ครอสโอเวอร์” กันก็เป็นได้ แต่ถ้าอยากข้ามมามิติแห่งความเฮงต้อง betflix999

ติดเทรนด์ฮิตไปทั่วโลกทันทีที่ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ชมกัน สำหรับ Spider Man : No Way Home หนังเดี่ยวภาค 3 ของ ‘ไอ้แมงมุม’ เวอร์ชั่น ‘ทอม ฮอลแลนด์’ ที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากคอหนังมากที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่

Spider Man : No Way Home (2021) เป็นหนังภาคต่อจาก Spider Man : Homecoming (2017) และ Spider Man: Far From Home (2019) แต่เนื้อหาของเรื่องถูกเก็บเป็นความลับมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จนทำให้แฟนๆ ไอ้แมงมุม รวมถึงคอหนังซูเปอร์ฮีโร่จักรวาลมาร์เวล ตั้งตารอดูตัวอย่างแรกที่ทาง ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’ ปล่อยออกมาให้ชมกันอย่างใจจดใจจ่อ

แล้วเรื่องย่อของ Spider Man : No Way Home ที่พอจะสรุปได้จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 มีอยู่ว่า ‘ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์’ ถูก ‘มิสเทริโอ’ (Mysterio) เปิดโปงว่าเป็น ‘สไปเดอร์แมน’ จนใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างยากลำบาก เขาจึงไปขอความช่วยเหลือจาก ‘ดร.สเตรนจ์’ (Stephen Strange) ให้ช่วยใช้เวทมนต์เสกให้ไม่มีใครจำได้ว่าคนที่สวมชุดสไปเดอร์แมนออกปฏิบัติการไปทั่วเมืองคือใคร

ถึงแม้ ‘หว่อง’ จะเตือนแล้วว่าอย่าใช้เวทมนต์ดังกล่าวเพราะ ‘มันอันตรายเกินไป’ แต่ ‘ดร. สเตรนจ์’ ก็ยังทำตามคำขอของ ‘ปีเตอร์’ จนจักรวาลเกิดความผันผวน และเกิดเรื่องร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึงตามมา

  • ‘ดร. สเตรนจ์’ ผู้ทำ ‘มัลติเวิร์ส’ ผันผวน

แล้วการใช้เวทมนต์ของ ดร. สเตรนจ์ ก่อให้เกิดผลลัพธ์อะไรตามมาบ้าง?

คำตอบคือ ทำให้วายร้ายตัวเอ้อย่าง กรีน ก็อบลิน (Green Goblin) และ ดร. อ็อกโตปุส (Dr. Octopus) ซึ่งอยู่อีกจักรวาลหนึ่ง (พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ตัวร้ายในหนังสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นที่แสดงโดย ‘โทบี้ แมคไกวร์’ และสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นที่แสดงโดย ‘แอนดรูว์ การ์ฟิลด์’) สามารถข้ามมิติเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในจักรวาลของ ‘สไปเดอร์แมน-ทอม ฮอลแลนด์’ ได้นั่นเอง

Spider-Man: No Way Home กำกับโดย ‘จอน วัตส์’ (Jon Watts) ผู้ที่กำกับ Spider Man : Homecoming และ Spider-Man: Far From Home หนัง 2 ภาคก่อนเอาไว้

ส่วนเหล่านักแสดงก็ยังเป็นหน้าเดิมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทอม ฮอลแลนด์ (สไปเดอร์แมน, ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์) เซนดายา (เอ็มเจ-แฟนของปีเตอร์) เจค็อบ บาตาลอน (เน็ด ลีดส์-เพื่อนซี้ของปีเตอร์) มาริสา โทเมอิ (ป้าเมย์) เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ (ดร. สเตรนจ์) เบเนดิกต์ หว่อง (หว่อง) เจมี่ ฟ็อกซ์ (อิเล็กโตร) และอัลเฟรด โมลินา ( Dr.Octopus ) แต่ผู้เล่นหน้าใหม่เราแนะนำ betflik

  • ‘สไปเดอร์-โทบี้’ ข้ามจักรวาลมาครอสโอเวอร์?

นอกจากเหล่าร้ายตัวเอ้แล้ว แฟนๆ ยังคาดเดากันอีกว่าสไปเดอร์แมนจากจักรวาลอื่นก็อาจเดินทางข้ามมิติเวลาที่ผันผวนมาด้วยเช่นกัน โดยข้อสันนิษฐานนี้มาจากการที่ ‘อัลเฟรด โมลินา’ กลับมารับบท Dr. O c t o p u s ที่เขาเคยเล่นเอาไว้ในภาพยนตร์ Spider-Man 2 (2004) เวอร์ชั่นที่ โทบี้ แม็คไกวร์ เล่นเป็นสไปเดอร์แมนนั่นเอง

ทั้งนี้ แฟนๆ ไม่ได้มโนไปเองเพียงเพราะเห็น Dr. Octopus มาปรากฎตัวในหนังเท่านั้น แต่ข้อสันนิษฐานนี้ยังมาจากบทสัมภาษณ์ของโมลินากับทาง Variety เมื่อต้นปีว่า บทของเขาใน Spider-Man: No Way Home จะต่อจากเหตุการณ์ในหนัง Spider-Man 2 ตอนที่ Dr. Octopus ยอมสละตัวเอง จมลงไปในแม่น้ำพร้อมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อปกป้องเมืองเอาไว้

ซึ่งการกลับมาของ Dr. Octopus ในครั้งนี้อาจเป็นการบอกใบ้เป็นนัยๆ (หรือเปล่า) ว่า ‘สไปเดอร์-โทบี้’ เองก็อาจจะมาปรากฎตัวใน ‘Spider Man : No Way Home’ ก็เป็นได้

  • ‘อิเล็กโตร’ อาจข้ามมิติมาเช่นกัน

นอกจาก Dr. Octopus แล้ว ‘อิเล็กโตร’ คู่ปรับคนสำคัญอีกคนของสไปเดอร์แมนก็อาจกลับมาด้วยเช่นกัน

ข้อสันนิษฐานนี้มาจากการที่ ‘เจมี่ ฟ็อกซ์’ เผลอหลุดสปอยล์เอาไว้ในอินสตราแกรมของเขา (ที่ตอนนี้ลบทิ้งไปแล้ว) ว่าจะกลับมารับบท ‘อิเล็กโตร’ ที่เคยเล่นเอาไว้ใน The Amazing Spider Man 2 (2014) เวอร์ชั่นที่ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ รับบทสไปเดอร์แมน อีกครั้ง

หลังจากที่เห็นเหล่าวายร้ายจากจักรวาลต่างๆ กลับมาปรากฎตัวใน Spider Man : No Way Home กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ แฟนๆ จึงอดรนทนไม่ไหว เรียกร้องไปทาง ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’ ทำไมไม่นำ ‘สไปเดอร์-โทบี้’ และ ‘สไปเดอร์-แอนดรูว์’ ข้ามจักรวาลมาครอสโอเวอร์ในหนังของ ‘สไปเดอร์-ทอม’ เพื่อเป็นโบนัสให้กับแฟนๆ ไปเลย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของแฟน ๆ ที่ยังไม่มีการตอบรับจากทางผู้สร้างแต่อย่างใด คงต้องรอดู trailer ตัวต่อไปว่าจะเผยรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีก็คงต้องอดใจรอดูในหนังซึ่งทางโซนี พิคเจอร์สวางโปรแกรมฉาย (ในสหรัฐฯ) เอาไว้วันที่ 17 ธันวาคม ถ้าไม่มีอะไร (โดยเฉพาะโควิด-19) มาทำให้เปลี่ยนแปลง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ